|
จงรู้ไว้เถิดว่า อธิษฐานโดยที่ไม่เชื่อหรือไม่ได้มีภาระใจ(พูดไปงั้นๆ) “เป็นบาป” คำเผยเกี่ยวกับนรกที่คนพูดพยากรณ์เกินไปกว่าที่พระเจ้าให้พูด ไปเพิ่มหรือตัดทอนถ้อยคำของพระเจ้าโดยอ้างพระนามของพระองค์ เป็นบาป เพราะพระคัมภีร์บอกว่าเราต้องรับผิดชอบคำพูดที่ไม่เป็นสาระทุกคำที่เราได้พูดออกไป มธ. 12:36 ส่วนเราบอกพวกท่านว่า คำที่ไม่เป็นสาระทุกคำซึ่งมนุษย์พูดนั้น มนุษย์จะต้องรับผิดชอบถ้อยคำเหล่านั้นในวันพิพากษา คำพูดที่ไม่เป็นสาระนี้มีหลายอย่าง แต่ขอเน้นที่การอธิษฐานโดยที่ไม่เชื่อหรือไม่ได้มีภาระใจ แต่อธิษานไปงั้น อันนี้เป็นบาป เพราะใน รม.14/23 บอกว่า สิ่งที่ใดที่ไม่ได้ทำด้วยความเชื่อเป็นบาป(แม้ว่าบริบทของพระคัมภีร์จะพูดถึงเรื่องของการกินก็ตาม แต่ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลกทุกอย่างที่เราทำเราต้องใช้ความเชื่อทั้งสิ้น รม.1/17,ฮบ.11/6,1ธส.1/3,1คร.13/13)และและการอธิษฐานโดยที่ไม่ได้มีภาระใจแต่พูดตามสมองที่คิดได้เท่านั้น โดยที่ในหัวใจไม่ได้ห่วงใยหรือปรารถนาดีจริงๆ(1คร.14/15) ไม่ได้มีความรัก ก็เป็นบาป 1คร.16/14 ทุกสิ่งซึ่งท่านกระทำนั้น จงกระทำด้วยความรัก รม.14/23 การกระทำใดๆก็ตามที่มิได้กระทำด้วยความเชื่อก็เป็นบาปทั้งสิ้น 1คร.13/1-3 แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาของมนุษย์ก็ดี และภาษาของทูตสวรรค์ก็ดี แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง แม้ข้าพเจ้ามีของประทานแห่งการพยากรณ์ และเข้าใจในความลึกลับทั้งปวงและมีความรู้ทั้งสิ้น และแม้ข้าพเจ้ามีความเชื่อทั้งหมดพอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย แม้ข้าพเจ้ามอบของสารพัดเพื่อเลี้ยงคนยากจน และแม้ข้าพเจ้ายอมให้เอาตัวข้าพเจ้าไปเผาไฟเสีย แต่ไม่มีความรัก จะหาเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าไม่ นอกเหนือจากการอธิษฐานที่ไม่ได้มีภาระใจ(ไม่มีความรัก)และอธิษฐานโดยไม่เชื่อเป็นความบาปเท่านั้น ยังมีอีกกรณีหนึ่งที่เราควรรู้คือ “การไม่อธิษฐานเป็นบาป” เพราะพระเยซูย้ำเราบ่อยมากให้เราอธิษฐาน จงอธิษฐาน เมื่อมีคำว่า จง นั่นหมายถึง คำสั่ง เมื่อเราไม่ทำก็เท่ากับเราไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า 1ซมอ.12/23 ขอพระเจ้าอย่ายอมให้ข้าพเจ้ากระทำบาปต่อพระเยโฮวาห์เลยด้วยการหยุดอธิษฐานเพื่อท่านทั้งหลาย อธิษฐานโดยที่ไม่เชื่อหรือไม่ได้มีภาระใจ(พูดไปงั้นๆ) “เป็นบาป” ถ้ายังงั้นเราควรจะทำอย่างไร |